ไทยใช้เวที WTO เดินหน้าติดตามข้อกังวลของผู้ประกอบการ มุ่งผลักดันการส่งออก
- pmtwmocgoth

- 5 days ago
- 1 min read

ท่ามกลางความพยายามในการปฏิรูปองค์กรขององค์การการค้าโลก (WTO) อย่างเข้มข้น เพื่อผลักดันให้ตอบโจทย์พัฒนาการการค้าสมัยใหม่ได้เร็วขึ้น แต่กลไกลสำคัญของ WTO ด้านการตรวจสอบ (monitoring) ยังคงมีศักยภาพในการเป็นพื้นที่ให้ประเทศสมาชิกได้หยิบยกประเด็นข้อกังวลทางการค้าของภาคเอกชนขึ้นมาหารือได้
นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ให้ข้อมูลว่า คณะมนตรีการค้าสินค้า (Council for Trade in Goods หรือ CTG) เป็นองคาพยพสำคัญภายใต้ WTO ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามความตกลงทุกฉบับของ WTO ที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้า ครอบคลุมกว่า 14 มาตรการ และเป็นพื้นที่ให้สมาชิกได้หยิบยกข้อกังวลในการค้าสินค้าขึ้นมาหารือและหาแนวทางแก้ไขปัญหา วัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาทางออกภายใต้กฎระเบียบที่ได้ตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา (ปี 2538 – 2568) สมาชิกได้ใช้เวที CTG หยิบยกข้อกังวลทางการค้าแล้วรวม 228 ประเด็น ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกที่ใช้ประโยชน์จากกลไกดังกล่าวเร่งรัด ติดตาม แก้ไข ขอความชัดเจน หรือแม้แต่ป้องกันประเด็นที่อาจจะเป็นอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการไทย โดยจากสถิติรวบรวมโดยสำนักเลขาธิการ WTO พบว่า ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีข้อกังวลทางการค้าที่ได้รับการแก้ไขหรือแก้ไขบางส่วนร้อยละ 50.5 หรืออาจพูดได้ว่าทุก 2 ประเด็นที่มีการหยิบยก จะสามารถคลี่คลายหรือแม้แต่หลีกเลี่ยงการยกระดับไปสู่ข้อพิพาททางการค้า (Dispute Settlement) นอกจากนี้ บ่อยครั้งที่กลไกดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ดีในการเร่งรัดให้เกิดการหารือในระดับทวิภาคี คู่ขนานไปกับการดำเนินการภายใต้ระบบพหุภาคีซึ่งเป็นหลักการสำคัญของ WTO
ในการประชุม CTG ครั้งล่าสุด (ปลายปี 2568) คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (คผท.) ได้ใช้โอกาสดังกล่าวในการหยิบยกข้อกังวลทางการค้าของไทยต่อมาตรการของสมาชิกอื่น รวม 5 ประเด็น โดยเป็นการแสดงความกังวลและขอความชัดเจนต่อมาตรการที่มีกำหนดจะบังคับใช้หรือเริ่มบังคับใช้แล้วบางส่วน จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป และความกังวลต่อมาตรการทางการค้าที่ไทยเล็งเห็นว่าไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบของ WTO และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย จำนวน 3 ประเด็น ได้แก่ มาตรการออกใบอนุญาตนำเข้าสินค้ายางล้อของอินเดีย มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศของอินเดีย และมาตรการที่อาจมีผลเทียบเท่าการห้ามและจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้าแผ่นไม้ของอินเดีย
ในส่วนของมาตรการ CBAM สมาชิกจำนวนมากได้ร่วมกันแสดงความกังวลในประเด็นการไม่คำนึงถึงหลักการความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่าง (Common but differentiated responsibilities: CBDR) ตลอดจนการปรับปรุงมาตรการให้เรียบง่ายและลดภาระในการปฏิบัติตามในระยะที่ผ่านมา ไม่ได้สะท้อนข้อเรียกร้องของประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ ไทยยังได้เสนอให้สหภาพยุโรปกำหนดวิธีการคำนวณการปล่อยคาร์บอนที่เป็นธรรมและยืดหยุ่น รวมถึงการจัดให้มีกรอบความร่วมมือหรือกลไกในการยอมรับร่วมกับประเทศคู่ค้า สำหรับระเบียบ EUDR สมาชิกส่วนใหญ่ยังคงเน้นย้ำถึงการเป็นมาตรการฝ่ายเดียว (unilateral) เลือกปฏิบัติ ก่อให้เกิดภาระและต้นทุนต่อผู้ประกอบการที่เกินความจำเป็น และไม่สะท้อนข้อเท็จจริงหรือศักยภาพของแต่ละประเทศ ซึ่งไทยได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในการรองรับการใช้มาตรการ รวมถึงการคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่มีศักยภาพแตกต่างกัน
ด้านมาตรการออกใบอนุญาตนำเข้าสินค้ายางล้อและมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศของอินเดีย ไทยยืนยันท่าทีว่ามาตรการดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดต่อหลักการของ WTO และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยทั้งในแง่ของปริมาณส่งออกที่ลดลงและการเพิ่มต้นทุนการผลิต จึงขอให้หน่วยงานอินเดียนำส่งข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติมรวมถึงพิจารณาแก้ไขมาตรการให้สอดคล้องกับกฎระเบียบทางการค้า ในส่วนของมาตรการที่อาจมีผลเทียบเท่าการห้ามและจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้าแผ่นไม้ของอินเดีย ไทยได้ใช้เวทีดังกล่าวกระตุ้นให้อินเดียเร่งรัดดำเนินการขั้นตอนที่ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งรวมถึงการจัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรววจสอบโรงงานของไทย การรับรอง และการออกใบอนุญาต
เอกอัครราชทูตฯ พิมพ์ชนก กล่าวในตอนท้ายว่า นอกเหนือจากการเจรจาจัดทำความตกลงใหม่ภายใต้ WTO แล้ว การติดตามการดำเนินการภายใต้กฎระเบียบต่าง ๆ ของสมาชิกภายใต้ระบบการค้าพหุภาคี ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ คผท. ร่วมกับทีมประเทศไทย อาทิ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีส่วนช่วยผลักดันการส่งออก อำนวยความสะดวกทางการค้า และลดปัญหาอุปสรรคด้านธุรกิจของผู้ประกอบการเอกชนเพื่อเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ
************************************
จัดทำโดย นายสกนธ์ วนาเศรษฐี
อัครราชทูตที่ปรึกษา
คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก
มกราคม 2569






