คณะกรรมการ BOP ของ WTO รับทราบมาตรการภาษีนำเข้าร้อยละ 10 ของสหรัฐฯ พร้อมเตรียมเปิดหารืออย่างเป็นทางการ
- pmtwmocgoth

- 14 minutes ago
- 1 min read

เจนีวา — นางบัณฑิตา พิชญากร วีรบุตร อัครราชทูตที่ปรึกษา ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยข้อจำกัดการนำเข้าเพื่อดุลการชำระเงิน (Committee on Balance-of-Payments Restrictions หรือ BOP Committee) ขององค์การการค้าโลก (WTO) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 โดยคณะกรรมการนี้เป็นเวทีหลักในการพิจารณาข้อเรียกร้องของสมาชิก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ที่จะยกเว้นการเปิดเสรีทางการค้าเป็นการชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาภายในประเทศในกรณีที่เหตุขาดดุลการชำระเงินอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้าร้อยละ 10 ที่สหรัฐฯ ประกาศใช้โดยอ้างเหตุผลการขาดดุลการชำระเงินของประเทศ
สหรัฐฯ แจ้งเวียนมาตรการภาษีนำเข้าต่อ WTO
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ค.ศ. 1974 (Trade Act of 1974) กำหนดให้เรียกเก็บภาษีนำเข้าส่วนเพิ่มในอัตราร้อยละ 10 ต่อสินค้านำเข้าทุกประเภทจากทุกประเทศคู่ค้า โดยอ้างว่าสหรัฐฯ ประสบปัญหาการขาดดุลชำระเงินระหว่างประเทศในระดับรุนแรง ยกเว้นสินค้าบางรายการที่ระบุไว้ในประกาศของประธานาธิบดี โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 และมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เว้นแต่รัฐสภาสหรัฐฯ จะมีมติขยายระยะเวลาออกไป
สหรัฐฯ ได้แจ้งเวียนมาตรการดังกล่าวต่อ WTO เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 และแสดงความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการหารืออย่างเป็นทางการภายในกรอบของคณะกรรมการ BOP โดยขอให้จัดการหารือขึ้นในเดือนถัดไป ตามนัยแห่งข้อ 12 ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (GATT) 1994 และความเข้าใจว่าด้วยบทบัญญัติด้านดุลการชำระเงิน ทั้งนี้ อัตราภาษีนำเข้าส่วนเพิ่มดังกล่าวสูงกว่าอัตราที่สหรัฐฯ ผูกพันไว้ในตารางภาษีที่แจ้งไว้กับ WTO
สมาชิก WTO แสดงความกังวล พร้อมเปิดหารือภายใน 4 เดือน
สมาชิก WTO โดยรวมยินดีที่สหรัฐฯ แสดงความโปร่งใส และรับทราบว่าความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (GATT 1994) เปิดช่องให้สมาชิกสามารถใช้มาตรการดุลการชำระเงินได้ในกรณีจำเป็น อย่างไรก็ดี สมาชิกหลายรายได้แสดงความกังวล และตั้งคำถามต่อความจำเป็นของมาตรการและผลกระทบต่อการค้าโลก รวมทั้งเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการประเมินสถานการณ์ดุลการชำระเงิน และแสดงความพร้อมที่จะเข้าร่วมการหารืออย่างเป็นทางการกับสหรัฐฯ ต่อไป
ที่ประชุมมีฉันทามติให้จัดการหารืออย่างเป็นทางการระหว่างสมาชิกกับสหรัฐฯ ในกรอบของคณะกรรมการ BOP ภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่มาตรการมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ตามนัยแห่งข้อ 6 ของความเข้าใจว่าด้วยบทบัญญัติด้านดุลการชำระเงิน
เป็นที่น่าสังเกตว่า กรณีที่ประเทศพัฒนาแล้วใช้มาตรการทางภาษีเพื่อแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงินระหว่างประเทศของตน ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในแวดวงการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากบทบัญญัติว่าด้วยดุลการชำระเงินภายใต้ความตกลงของ WTO รวมถึง GATT มักถูกอ้างใช้โดยประเทศกำลังพัฒนาที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับต่ำ การที่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกเลือกใช้กลไกนี้จึงเป็นบรรทัดฐานที่องค์การการค้าโลกและสมาชิกคงต้องจับตาพัฒนาการอย่างใกล้ชิด






