สมาชิก WTO ขับเคลื่อนความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการลงทุนเพื่อการพัฒนาในการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก หลังได้รับแรงสนับสนุนท่วมท้นจากสมาชิก
- pmtwmocgoth

- Apr 1
- 1 min read

Image from wto.org
ในการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก (MC14) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ณ กรุงยาอุนเด สาธารณรัฐแคเมอรูน ที่ประชุมได้แสดงการสนับสนุนทางการเมืองอย่างท่วมท้นต่อความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการลงทุนเพื่อการพัฒนา (Investment Facilitation for Development: IFD Agreement) โดยมีสมาชิก WTO 129 ประเทศ ร่วมผลักดันให้ความตกลงดังกล่าวเข้าผนวกเป็นหนึ่งในความตกลงของ WTO เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ บังกลาเทศเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าร่วมความตกลงดังกล่าว ทำให้จำนวนสมาชิกของความตกลงฯ เพิ่มเป็น 129 ราย คิดเป็นกว่าสามในสี่ของสมาชิก WTO โดยในจำนวนนี้เป็นประเทศกำลังพัฒนา 92 ราย รวมถึงประเทศในแอฟริกา 32 ประเทศ และประเทศพัฒนาน้อยที่สุด 28 ประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากประเทศกำลังพัฒนา
โดยในการประชุม MC14 มีสมาชิก WTO เพียง 1 รายจาก 166 ราย คัดค้านข้อเสนอการผนวกความตกลงดังกล่าวไว้ในกรอบ WTO ในรูปแบบความตกลงหลายฝ่าย (Annex 4) อย่างไรก็ดี แม้จะยังไม่สามารถบรรลุฉันทามติและทำให้ความตกลงมีผลใช้บังคับได้ในขณะนี้ แต่สมาชิกที่เข้าร่วมความตกลง IFD ยังคงยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าผลักดันการบังคับใช้ความตกลงดังกล่าว พร้อมทั้งสนับสนุนความช่วยเหลือทางเทคนิคเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการของประเทศสมาชิก พัฒนาการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของ WTO โดยเฉพาะกระบวนการตัดสินใจที่ยึดหลักฉันทามติ ซึ่งในบางกรณีอาจถูกใช้เป็นกลไกในการชะลอหรือขัดขวางความก้าวหน้าของสมาชิกส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้ ประเด็นการปฏิรูป WTO จึงมีความจำเป็นและเร่งด่วนยิ่งขึ้น โดยสมาชิกมีแนวโน้มที่จะเดินหน้าหารือถึงแนวทางการปรับปรุงกลไกการตัดสินใจ รวมถึงการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบพหุภาคี เพื่อให้ WTO สามารถตอบสนองต่อพลวัตของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นต่อไป
ความตกลง IFD มีเป้าหมายสำคัญในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุนให้มีความโปร่งใส คาดการณ์ได้ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การเผยแพร่ข้อมูลกฎระเบียบด้านการลงทุนอย่างชัดเจน การลดขั้นตอนทางราชการ การอำนวยความสะดวกในการอนุญาตและการดำเนินธุรกิจ การส่งเสริมการใช้ระบบดิจิทัล และการจัดตั้งกลไกประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน โดยงานวิจัยล่าสุดของ WTO ประเมินว่า การดำเนินการตามความตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกอย่างน้อยร้อยละ 9.1 และเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก (GDP) เกือบร้อละ 1 ภายในระยะเวลา 10 ปี
นอกจากนี้ ความตกลง IFD ยังมีมาตรการสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด โดยขณะนี้มีการประเมินความต้องการเพื่อการดำเนินงานแล้วหรืออยู่ระหว่างดำเนินการใน 27 ประเทศ
ในช่วงการประชุม MC14 ยังมีการประกาศสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติม โดยสหภาพยุโรประบุว่าธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรปจะสนับสนุนเงินทุนสูงสุด 300 ล้านยูโรสำหรับโครงการในประเทศเป้าหมาย พร้อมศักยภาพระดมทุนรวมเกือบ 1 พันล้านยูโร ขณะที่จีนประกาศสนับสนุนเพิ่มเติม 1.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านศูนย์การค้าระหว่างประเทศ (ITC) และสหราชอาณาจักรประกาศสนับสนุน 750,000 ปอนด์ให้กับกองทุนของธนาคารโลกเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ
ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก ได้กล่าวในการประชุม MC14 โดยย้ำว่า ความตกลง IFD ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ WTO มีความคล่องตัวมากขึ้น และสามารถส่งมอบประโยชน์แก่ประชาชนและภาคธุรกิจทั่วโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยประเทศไทยได้เข้าร่วมความตกลง IFD ตั้งแต่ปี 2567 ในการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก ครั้งที่ 13
นางสาวอัจฉรา บุณยวงศ์วิโรจน์
อัครราชทูตที่ปรึกษา
คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและทรัพย์สินทางปัญญา
1 เมษายน 2569






