top of page

EU–จีน หาจุดร่วมท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า เดินหน้าแก้ปมรถยนต์ไฮบริด พร้อมกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในหลายมิติ

Writer: pmtwmocgoth
pmtwmocgoth
6 minutes ago
1 min read

เมื่อวันที่ 8–9 ตุลาคม 2569 สหภาพยุโรป (European Union: EU) และจีนได้จัดการประชุม EU–China Trade and Investment Consultations (TIC) ครั้งที่ 2 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนาย Maroš Šefčovič กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และนาย Wang Wentao รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน เป็นประธานร่วม เพื่อหารือประเด็นสำคัญด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองฝ่าย โดยภายหลังการประชุม ทั้งสองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ยืนยันความมุ่งมั่นในการจัดการข้อแตกต่างทางการค้าภายใต้กฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) และส่งเสริมเสถียรภาพของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน


ด้านการค้ารถยนต์ ทั้งสองฝ่ายบรรลุความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการค้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนเข้าสู่ตลาด EU โดยยืนยันว่าจะดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎ WTO อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ร่วมยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบของมาตรการหรือปริมาณการนำเข้า ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการขยายตัวของการส่งออกรถยนต์ไฮบริดจากจีนเข้าสู่ตลาด EU ภายหลัง EU เริ่มใช้มาตรการตอบโต้การอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicles: BEVs) จากจีนเมื่อเดือนตุลาคม 2567 ซึ่งไม่ครอบคลุมรถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด นอกจากนี้ สำนักข่าว Reuters และ The Guardian รายงานว่า ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางจำกัดปริมาณการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีน โดยมีการกล่าวถึงโควตาเริ่มต้นประมาณ 350,000 คันต่อปี ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ อีกทั้ง ทั้งสองฝ่ายยังตกลงเดินหน้าหารือเกี่ยวกับข้อเสนอผูกพันด้านราคา (Price Undertakings) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่จากจีน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกเสนอเงื่อนไขด้านราคาที่ EU ยอมรับ เพื่อเป็นทางเลือกแทนการชำระอากรตอบโต้การอุดหนุน


ด้านการเข้าถึงตลาดและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายตกลงพิจารณาความเป็นไปได้ในการลดหรือยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าบางประเภทภายใต้กรอบกฎ WTO รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือผ่านกลไกติดตามการค้า (Trade Monitoring Mechanism) และแก้ไขอุปสรรคทางการค้าในสาขาเครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง และยา ตลอดจนประเด็นมาตรการสุขอนามัยสัตว์ นอกจากนี้ ยังตกลงจัดการหารือระดับเทคนิคเกี่ยวกับกฎระเบียบว่าด้วยการอุดหนุนจากต่างประเทศ (Foreign Subsidies Regulation: FSR) ของ EU ซึ่งมุ่งจัดการผลกระทบจากการอุดหนุนของรัฐบาลต่างประเทศต่อการแข่งขันในตลาด EU พร้อมทั้งหารือแนวทางส่งเสริมการลงทุนที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย


ด้านการควบคุมการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสำคัญของความร่วมมือภายใต้ EU–China Export Control Dialogue โดยจีนแสดงความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาตส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) และแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnets) ไปยัง EU ผ่านกลไกเร่งรัด (Fast-track Mechanism) ขณะที่ EU จะประสานหน่วยงานของประเทศสมาชิกเพื่ออำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาตสำหรับสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use Items) นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเพิ่มความโปร่งใสและการแจ้งเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการส่งออก เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคาดการณ์และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ


ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการปฏิรูป WTO ทั้งสองฝ่ายรับทราบความคืบหน้าในการแก้ไขข้อกังวลด้านทรัพย์สินทางปัญญา และตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านการคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ขณะเดียวกัน ยังยืนยันความพร้อมที่จะเสริมสร้างการสื่อสารและความร่วมมือเกี่ยวกับการปฏิรูป WTO อย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์ (Open and Constructive Manner) เพื่อสนับสนุนความคืบหน้าของกระบวนการปฏิรูปภายใต้ระบบการค้าพหุภาคี


การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของ EU และจีนในการบริหารจัดการข้อแตกต่างทางการค้าและรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ท่ามกลางความท้าทายด้านการแข่งขันทางอุตสาหกรรม การเข้าถึงตลาด และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยแม้ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุความเข้าใจร่วมกันในหลายประเด็น แต่รายละเอียดของมาตรการและแนวทางดำเนินการที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการค้ารถยนต์ไฮบริด ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป

 

ที่มา: Joint Statement at the Second Meeting of the EU–China Trade and Investment Consultations (9 ตุลาคม 2026), Reuters และ The Guardian (12 ตุลาคม 2026)

---------------------------------------------

คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกกระทรวงพาณิชย์ตุลาคม 2569


 
 
bottom of page