top of page
  • Writer's picturepmtwmocgoth

Vigormin ตัวช่วยในการบำบัดน้ำเสียในฟิลิปปินส์ กรณีตัวอย่างทรัพย์สินทางปัญญากับการส่งเสริมงานวิจัย



งานวิจัยของ ดร. Merlinda A. Palencia จาก Adamson University ในฟิลิปปินส์ได้ช่วยนำเสนอแนวทางการบำบัดกลิ่นจากน้ำเสียและขยะมูลฝอยโดยไม่ใช้สารพิษ โดย ดร. Palencia ได้รับเงินทุนจาก กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านสภาอุตสาหกรรม พลังงาน และการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกิดใหม่ แห่งฟิลิปปินส์ (PCIEERD) นำไปใช้ในการพัฒนาผงสีขาวที่ชื่อว่า Vigormin ประกอบด้วยแร่ธาตุอินทรีย์ หลากชนิดซึ่งมีอยู่มากมายในฟิลิปปินส์


Vigormin ที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบโจทย์เรื่องการจัดการกับกลิ่นจากน้ำเสียและขยะมูลฝอยด้วยต้นทุนต่ำและปลอดสารพิษ เช่นขยะที่พบได้ในหลุมฝังกลบ ท่าเทียบเรือประมง และโรงคัดแยกขยะต่างๆ


ทางออกในการกำจัดกลิ่นด้วยต้นทุนต่ำและปลอดสารพิษ

ผงชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นด่าง ปลอดสารพิษ ไร้กลิ่น และละลายในน้ำสะอาดได้บางส่วน โดยมีความเสถียรในสภาพอากาศแห้งและเก็บได้ที่อุณหภูมิ 15°C ถึง 50°C เป็นเวลา 18 เดือน ไม่มีจุลินทรีย์หรือเอนไซม์ใดๆเป็นส่วนประกอบ


เมื่อโปรยผง Vigormin แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้คือสามารถปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำเสียในชุมชนอย่างเห็นได้ชัด ตลอดจนลดสารแขวนลอยโดยรวม (TSS) ลดความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (BOD) และความต้องการออกซิเจนทางเคมี (COD) นอกจากนั้น ยังช่วยเพิ่มออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยออกซิเจนละลายในน้ำเป็นสิ่งที่จุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนต้องใช้เพื่อย่อยสลายของเสียต่างๆ คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้ Vigormin เป็นเทคโนโลยีที่สามารถรักษา/บำบัดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ยิ่งไปกว่านั้น หากนำ Vigormin ไปละลายในน้ำยังสามารถขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะมาจากน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และขยะอินทรีย์ที่อยู่ระหว่างการย่อยสลายในหลุมฝังกลบและโรงคัดแยกขยะด้วย


Vigormin ประกอบด้วยสารอินทรีย์และแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมาผสมกัน ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตของจุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนในน้ำเสียของชุมชน และเพิ่มอัตราการขจัดกลุ่มสารประกอบอินทรีย์ที่เป็นมลพิษ


จุดเด่นอีกด้านของ Vigormin คือสามารถดูดซับโลหะหนัก เช่น ปรอท (Hg) และของแข็งแขวนลอยอื่นๆ ที่มีอยู่ในน้ำเสีย นั่นคือการโปรยผง Vigormin จะช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำเสียได้เป็นอย่างดี


ไบโอจีนิกหรือแร่ธาตุอินทรีย์เหล่านี้คือสารเชิงประกอบที่มีเมทริกซ์อินทรีย์ รวมถึงแร่ธาตุที่เป็นผลึกและไม่เป็นผลึกขนาดนาโนและไมโคร โดยสารเหล่านี้ก็ประกอบด้วยแร่โลหะทรานซิชันธรรมชาติ (Transition Natural Metal Mineral) ที่ผลิตขึ้นมาจากแบคทีเรียชนิดต่างๆ


Vigormin เป็นตัวช่วยที่มีต้นทุนต่ำแต่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้ง่ายๆ และปลอดภัย

  • บำบัดสิ่งปฏิกูล/น้ำเสียในชุมชนจากโรงแรม อาคารพาณิชย์ คอนโดมีเนียม

  • ดับกลิ่นฉุนและกลิ่นเน่าเสียอันไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงในบริเวณหลุมฝังกลบ โรงคัดแยกขยะ ฟาร์มสุกร ท่าเทียบเรือประมง

  • บำบัดน้ำเสียที่มีปริมาณอินทรีย์สูง เช่น น้ำเสียจากโรงงานแปรรูปอาหาร ตลาดสด โรงฆ่าสัตว์ และร้านอาหาร


ประโยชน์ของ Vigormin

หลังจากที่ใช้ Vigormin ค่าบ่งชี้ต่อไปนี้ของน้ำเสียจะเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 7 ถึง 21 วัน:

  • สารแขวนลอยโดยรวม (TSS), ความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (BOD) และความต้องการออกซิเจน ทางเคมี (COD) ลดลง

  • ออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) เพิ่มขึ้น

  • ความขุ่นลดลง

  • กลิ่นถูกขจัดไป

  • ปรอท (Hg), ตะกั่ว (Pb), สังกะสี (Zn) และทองแดง (Cu) ถูกขจัดผ่านการดูดซับ

ทั้งนี้อาจต้องโปรยสารเพิ่มเติมทุกๆ 7 ถึง 21 วันโดยขึ้นอยู่กับอัตราการไหลของน้ำเสียและขีดความสามารถของระบบบำบัด


ในกรณีที่เป็นขยะมูลฝอย Vigormin จะดับกลิ่นได้ภายใน 30 ถึง 60 นาทีหลังจากโปรยแล้ว โดยต้องใช้เพิ่มทุกครั้งที่นำขยะมูลฝอยชุดใหม่เข้ามาเพิ่มในพื้นที่กักเก็บของโรงคัดแยกขยะหรือหลุมฝังกลบ


Vigormin กับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

สูตรและการจัดเตรียมแร่ธาตุไบโอจีนิก Vigormin นี้ได้รับการจดทะเบียน (หมายเลข 2-2016001112) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งฟิลิปปินส์ (IPOPHL) รวมถึงชื่อ Vigormin, Vigorsol และ Envigor ก็ได้รับ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า


ทั้งนี้ Vigormin เริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในเดือนมีนาคม 2020 หลังจากที่บริษัทได้รับการจดทะเบียนเป็น “ผู้ผลิตบุกเบิก” โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยปัจจุบัน โรงงานกึ่งอัตโนมัติของบริษัทมีพนักงาน 7 คนและสามารถผลิตผงบำบัดได้ประมาณ 1,500 กิโลกรัมต่อวัน


กรณีของ Vigormin เป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในการแก้ไขปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยเองก็ประสบปัญหาที่ใกล้เคียงกัน โดยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาสามารถเป็นแรงจูงใจที่สำคัญด้วยการสร้างเสริมคุณค่าทางธุรกิจและสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวให้แก่ตัวผลิตภัณฑ์ได้ อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาสให้สถาบัน การวิจัยและพัฒนาสามารถสร้างรายได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสนับสนุนโครงการวิจัยอื่นและส่งเสริมนวัตกรรมให้ก้าวหน้าต่อไป


ทรัพย์สินทางปัญญาสำคัญต่อนักวิจัยอย่างไร

สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ช่วยสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวในตัวผลิตภัณฑ์เอง และเปิดโอกาสให้สถาบันการวิจัยและพัฒนาสามารถสร้างรายได้ สามารถสนับสนุนโครงการวิจัยอื่นและส่งเสริมนวัตกรรมให้ก้าวหน้าต่อไป

โดยทรัพย์สินทางปัญญาเป็นแรงผลักดันให้นักวิจัยดำเนินงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และทำให้นักวิจัยรุดหน้าเข้ามามีส่วนร่วมในการนำวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่พบในปัจจุบัน ไปจนถึงการผลิตเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศเพื่อกระตุ้นการเติบโตอย่างครอบคลุมของเศรษฐกิจในประเทศ


-------------------------------------------------------------------------------------------------

679 views0 comments

Comments


bottom of page