top of page
  • Writer's picturepmtwmocgoth

ออท. สุนันทา ร่วมการอภิปรายในงาน Webinar ครบรอบ 25 ปี ความตกลงเกษตร WTO



เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 WTO ได้จัดงาน Webinar: The AOA@25 ในวาระครบรอบ 25 ปีของการก่อตั้ง WTO และการจัดทำความตกลงเกษตร (Agreement on Agriculture: AoA) ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อปูทางให้กับงาน WTO Agriculture Symposium 2020 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 2 -3 ธันวาคม 2563 โดยนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้รับเชิญเข้าร่วมอภิปรายใน Webinar ดังกล่าว ร่วมกับ ออท. แอฟริกาใต้ประจำ WTO (Ms. Xolelwa Mlumbi-Peter) ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียนของ International Food Policy Research Institute (Mr. Eugenio Diaz-Bonilla) ผู้อำนวยการกองสถิติและการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ของ WTO (Mr. Robert Koopman) และผู้อำนวยการกองการเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรของ WTO (Mr. Edwini Kessie)


ออท. สุนันทา ได้นำเสนอการเติบโตของการค้าสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก รวมทั้งการพัฒนาและปรับปรุงศักยภาพการผลิต การแปรรูป และการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหาร อย่างต่อเนื่องของไทย ซึ่งทำให้ไทยสามารถคงตำแหน่งผู้ส่งออกสินค้าเกษตร 10 อันดับแรกของโลกในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรสุทธิใน 10 อันดับแรกของโลก โดยชี้ว่าความตกลงเกษตรซึ่งจัดทำกฎเกณฑ์การค้าโลก ผ่านการเปิดตลาด การลดการอุดหนุนภายใน และยกเลิกการอุดหนุนส่งออกสินค้าเกษตร ส่งผลให้การค้าสินค้าเกษตรโลกเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรมมากขึ้น ในส่วนของการพัฒนาความตกลงเกษตรในอนาคต ไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมเพิ่มเติมในการค้าสินค้าเกษตรโลก ซึ่งปัจจุบันความตกลงเกษตรยังมีความไม่สมดุลในเรื่องของสิทธิการอุดหนุนภายในของสมาชิก ภารกิจเร่งด่วนของสมาชิกจึงควรเป็นการจำกัดและลดสิทธิการอุดหนุนโดยรวมในระดับโลก เนื่องจากปัจจุบันสิทธิการอุดหนุนส่วนใหญ่อยู่กับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก เช่น EU สหรัฐฯ จีน อินเดีย และญี่ปุ่น นอกจากนี้ มาตรการอุดหนุนมหาศาลของสมาชิกรายใหญ่ไม่เพียงเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า แต่ยังเป็นเสมือนอาวุธทางการค้าที่สามารถทำร้ายความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศกำลังพัฒนาอีกด้วย

ในส่วนของผู้ร่วมอภิปรายท่านอื่นมองว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ความตกลงเกษตรได้ส่งผลในเชิงบวกแก่ประเทศสมาชิก WTO ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการค้าสินค้าเกษตรที่ประมาณร้อยละ 5 ต่อปี การเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิศาสตร์เกี่ยวกับประเทศผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้าเกษตรสำคัญ การเพิ่มขึ้นของราคาผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งการมีผู้เล่นใหม่ ๆ ในระบบห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรมากขึ้น โดยสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมีความตกลงเกษตรภายใต้ WTO ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรยากาศในการค้าสินค้าเกษตรโลกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โปร่งใส และคาดการณ์ได้ นอกจากนี้ ความตกลงเกษตรยังให้พื้นที่เชิงนโยบายแก่ประเทศกำลังพัฒนาและ LDCs เนื่องจากคำนึงถึงประเด็นที่เป็นความท้าทายของประเทศเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในระบบการค้าโลก


สำหรับในอนาคต ผู้ร่วมอภิปรายฯ เห็นว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ส่งผลในแง่ดีแก่การค้าสินค้าเกษตรโลก เนื่องจากประเทศสมาชิกหันมาให้ความสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและอาหารของโลก อย่างไรก็ดี สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีการแทรกแซงทางนโยบายของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลพวงในอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า รวมทั้งเห็นว่า การเจรจาในอนาคตอาจให้ความสำคัญกับการที่ความตกลงเกษตรจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเหลือการแก้ปัญหาด้านการพัฒนาในภาคเกษตร เช่นการลดระดับความยากจนของชาวนา/เกษตรกรรายย่อยของประเทศสมาชิก รวมทั้ง การแก้ไขปัญหาประเด็นใหม่ๆ เช่น การลดภาวะโลกร้อน เสริมสร้างเทคโนโลยี การค้าดิจิทัล และพลังงันทดแทน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับไทยในการที่สมาชิกฯ ควรจัดให้เรื่องการอุดหนุนภายในเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขเป็นอันดับแรก โดยการจำกัดและลดสิทธิการอุดหนุนโดยรวมในระดับโลก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเจรจาในอนาคต


ความตกลงเกษตรภายใต้ WTO มีผลใช้บังคับในปี 2538 นับเป็นการปฏิรูปการค้าสินค้าเกษตรครั้งใหญ่ของโลก โดยมีการกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อลดการอุดหนุนภายในประเทศ ลดการอุดหนุนส่งออก และการเปิดตลาดสินค้าเกษตรโดยประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความสามารถในการแข่งขันและโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตรให้กับประเทศไทย และช่วยให้ไทยสามารถเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรประมาณ 4 เท่าตัว ระหว่างปี 2538 – 2562 จาก 6,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 30,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรสุทธิ (ความต่างระหว่างการส่งออกกับการนำเข้าสินค้าเกษตร) จาก 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2538 เป็น 18,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2562


อัครพัฒน์ วรรณพฤกษ์

23 พฤศจิกายน 2563

123 views0 comments

Comments


Commenting has been turned off.
bottom of page