top of page
  • Writer's picturepmtwmocgoth

รายงานสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2565 ของ UNCTAD


การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ได้รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ว่า เศรษฐกิจโลกได้เริ่มฟื้นตัวหลังจากถึงจุดต่ำสุดในปี 2564 และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวถึง ร้อยละ 5.3 ในปี 2564 แต่จะลดลงเหลือร้อยละ 3.6 ในปี 2565


UNCTAD รายงานว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกดังกล่าวเกิดจากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนายังมีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับก่อนการระบาดของโรค COVID-19


นอกจากนี้ UNCTAD ยังประเมินว่า เศรษฐกิจโลกสูญเสียไปรวมมูลค่าประมาณ 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2563-2565 และหากเศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตในอัตราร้อยละ 3.5 ต่อปี (เทียบเท่าการขยายตัวในช่วง ปี 2543) จะต้องรอถึงปี 2573 ที่เศรษฐกิจโลกจะกลับสู่ระดับการเติบโตเดียวกับก่อนการระบาด


สำหรับการค้ารวมของโลกนั้น มีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.4 ในปี 2564 หลังจากลดลงไปร้อยละ 7.4 ในปี 2563 อย่างไรก็ดี มูลค่าการค้าบริการมีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 2564 ช้ากว่าการค้าโลก คือ เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 13.6 ในปี 2564 โดยเฉพาะสาขาเดินทางและท่องเที่ยว ซึ่งมูลค่าลดลงถึงร้อยละ 63 ในปี 2563


ในส่วนของแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment - FDI) ของโลกนั้น UNCTAD คาดการณ์ว่า การลงทุน FDI ในภาพรวมของโลก จะถึงจุดต่ำสุดในปี 2564 โดยมีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จะเริ่มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2564 ในอัตราร้อยละ 10-15 และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 โดยอาจเพิ่มเท่ากับระดับของ FDI ในปี 2562 ซึ่งมีมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ


UNCTAD ประเมินว่า ภูมิภาคเอเชียและประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบจาก FDI ที่ลดลงไม่รุนแรงเท่าภูมิภาคอื่น โดย FDI ในภูมิภาคเอเชียกลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ในขณะที่ FDI ในประเทศกำลังพัฒนาลดลงเพียง ร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับ FDI ในภูมิภาคยุโรปที่ลดลงร้อยละ 80 และสหรัฐฯ ที่ลดลงร้อยละ 42

ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และการควบคุม โรค COVID-19 ในภูมิภาคเอเชียซึ่งทำได้ดีในภาพรวม อย่างไรก็ดี ภูมิภาคแอฟริกา ลาตินอเมริกาและแคริเบียน ซึ่งมีโครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอได้รับผลกระทบจาก FDI ที่ลดลงอย่างรุนแรง โดยลดลงร้อยละ 16 และร้อยละ 45 ตามลำดับ


นอกจากนี้ UNCTAD ยังคาดการณ์ว่าในปี 2568 ประเทศกำลังพัฒนาจะมีรายได้ลดลงถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลกระทบจากโรคระบาด การจัดสรรวัคซีนล่าช้าส่งผลให้รายได้ของประเทศกำลังพัฒนาลดลงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังประเมินว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มที่จะป้องกันการหดตัวของเศรษฐกิจในช่วงการระบาด และยังมีการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบรัดเข็มขัดมากขึ้น ขณะที่ในภาพรวม UNCTAD ประเมินว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ช้าลง ในช่วงที่ตลาดการเงินขยายตัวอย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้ตลาดการเงินไม่สามารถรองรับกิจกรรมด้านเศรษฐกิจได้อย่างสอดคล้องเนื่องจากมีความระแวงเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ จึงควรหันมาพิจารณาปรับปรุงกฎเกณฑ์และบรรทัดฐานของระบบพหุภาคีเพื่อสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมยิ่งขึ้น รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาที่จะสามารถมีพื้นที่การคลัง(fiscal space) ที่จะกำหนดแนวทางในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตัวเองได้

2,124 views0 comments

Commentaires


bottom of page