• Facebook

คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก

The Permanent Mission of Thailand to the World Trade Organization and the World Intellectual Property Organization

ICC, Route de Pre-Bois 20 Case postale 1848, 1215 Geneva 15, Switzerland

Tel : +4122 9295200 Fax : +4122 7910166 email : pmtw.moc.go.th@gmail.com

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) คืออะไร

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) เป็นองค์กรระหว่างประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2510 มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยปัจจุบัน WIPO มีสมาชิก 192 ประเทศ รวมทั้งไทย ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี พ.ศ. 2532

 
การปฏิบัติงานของ WIPO (Function& Structure)

WIPO มีความตกลงระหว่างประเทศที่อยู่ในความรับผิดชอบทั้งสิ้น 26 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การออกแบบอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์ เป็นต้น หน้าที่หลักของ WIPO ได้แก่ การบริหารจัดการความตกลงทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ การอำนวยความสะดวกการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาระหว่าประเทศ การสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

 
ประเทศไทยกับ WIPO

ประเทศไทยได้มีบทบาทและความร่วมมือที่สร้างสรรค์กับ WIPO มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนภารกิจในด้านการสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ การผลักดันวาระด้านการพัฒนา กรอบการเจรจาคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลด้านทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม (Intergovernmental Committee on Intellectual Property and Genetic Resources, Traditional Knowledge and Folklore- WIPO IGC)

ปัจจุบันไทยได้เข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศภายใต้การกำกับดูแลของ WIPO จำนวน 5 ฉบับ ได้แก่

1. อนุสัญญากรุงเบิร์นว่าด้วยการคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม (Berne Convention)

ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2474 โดยสาระสำคัญของ Berne Convention เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองงานลิขสิทธิ์ ปัจจุบัน Berne Convention มีภาคีทั้งสิ้น 177 ประเทศ

2. อนุสัญญากรุงปารีสว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม (Paris Convention)

ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 โดยสาระสำคัญของ Paris Convention เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม (Industrial Property) เช่น สิทธิบัตรการประดิษฐ์ เครื่องหมายการค้า และการออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ปัจจุบัน Paris Convention มีภาคีทั้งสิ้น 177 ประเทศ

3. สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty: PCT)

ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552 โดยสนธิสัญญา PCT มีสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ ปัจจุบัน PCT มีภาคีทั้งสิ้น 152 ประเทศ

4. พิธีสารมาดริด (Madrid Protocol)

ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560 โดยพิธีสารกรุงมาดริดมีสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนเครื่องหมายระหว่างประเทศ ปัจจุบันพิธีสารกรุงมาดริดมีภาคีทั้งสิ้น 104 ประเทศ

5. สนธิสัญญามาร์ราเคช (Marrakesh Treaty)

ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยสนธิสัญญามาร์ราเคชมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงงานที่มีการโฆษณาแล้วสาหรับคนตาบอด คนพิการทางการเห็น และคนพิการทางสื่อสิ่งพิมพ์ PCT ปัจจุบัน มีภาคีทั้งสิ้น 56 ประเทศ

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเข้าร่วมประชุม/เจรจาในคณะกรรมการต่างๆ ภายใต้กรอบ WIPO เกือบทุกคณะขึ้นกับการเป็นภาคีสมาชิกของไทยในคณะกรรมการดังกล่าว เช่น คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลด้านทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม (International Governmental Committee on Genetic Resources, Traditional Knowledge and Traditional Cultural Expression: IGC) คณะกรรมการว่าด้วยการพัฒนาและทรัพย์สินทางปัญญา คณะกรรมการด้านกฎหมายสิทธิบัตร (the Standing Committee on the Law of Patents: SCP) คณะกรรมาธิการถาวรว่าด้วยกฎหมายเครื่องหมายการค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (the Standing Committee on the Law of Trademarks, Industrial Designs and Geographical Indication: SCT) เป็นต้น รวมทั้ง ยังมีบทบาทสร้างสรรค์ในการร่วมมือกับกลุ่มภูมิภาคและกลุ่มย่อยที่ไทยเป็นสมาชิก ได้แก่ กลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก และกลุ่ม Like-Minded Countries (LMCs) และมีบทบาทในกรรมการในคณะกรรมการประสานงาน (Coordination Committee) ซึ่งดูแลงานบริหารของ WIPO

ประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรจาก WIPO

การดำเนินงานของ WIPO มีความสำคัญต่อประเทศไทย โดยครอบคลุมทั้งมิติของการคุ้มครอง การส่งเสริม การพัฒนา การร่วมมือ และการให้บริการทรัพย์สินทางปัญญา โดยเชื่อมโยงกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างบรรทัดฐานเชิงกฎหมาย และยกระดับการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน